ข้อมูลพื้นฐาน
 
  ข่าวประชาสัมพันธ์
 
  บริการข้อมูล
 
  แผนการดำเนินงาน
 
  กิจการสภา
 
  การปฏิบัติงาน
 
  การให้บริการ
 
  แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 
  การจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ
 
  การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 
  การจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 
  นโยบาย No Gift Policy
 
  แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
 
  การประเมินความเสี่ยงเพื่อการป้องกันการทุจริต
 
 
  การเสริมสร้างวัฒธรรมองค์กร
 
  มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
 
 
  การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
 
  งานตรวจสอบภายใน
 
  กองทุนหลักประกัน สปสช.
 
  ข้อมูลอื่นๆ
 
Username :
Password :
 
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
     
ข่าวประชาสัมพันธ์ รณรงค์ "ลด" อุบัติเหตุสงกรานต์
   
 

 กรมควบคุมโรคคาดสงกรานต์ปีนี้จะมีคนตายจากอุบัติเหตุเกิน 300 คน เร่งประชาสัมพันธ์ช่องทางช่วยเหลือ ตั้งด่านป้องปราม ตั้งรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสบุคคลเสี่ยงก่ออุบัติเหตุ หวังลดสถิติลง 20% เผยเตรียมตรวจสอบสภาพรถโดยสารสาธารณะ

          เมื่อวันที่ 31 มีนาคมนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดการประชุมเรื่อง “ย้อนรอยอุบัติเหตุ...ลดตายสงกรานต์” ครั้งที่ 2 โดย นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยคนมักจะมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาและเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงพบว่าปัจจุบันนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงมาก โดยเฉพาะช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน เฉลี่ยวันละเกือบ 50 คน ส่วนใหญ่จะเกิดที่ทางหลวงแผ่นดิน 37.9% ถนน อบต.และถนนในหมู่บ้าน 36.7% ทางตรง 64.9% รองลงมาคือทางโค้ง 19.7% โดยมีสาเหตุมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 39.1% ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด 23.6% จักรยานยนต์มากที่สุด และลักษณะการเกิดอุบัติจะพบว่ามีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

          นพ.โสภณกล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ทางกรมควบคุมโรคได้คาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุประมาณ 268-334 คน จึงได้เสนอวิธีป้องกันอุบัติเหตุในช่วงดังกล่าวเอาไว้ 5 เสาหลักคือ

          1.การบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน

          2.ถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย

          3.ยานพาหนะปลอดภัย

          4.ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

          ซึ่งทั้ง 4 เสาหลักจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมการขนส่ง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

          ส่วนเสาที่ 5.การตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุ เป็นหน้าที่โดยตรงของ สธ. ซึ่งได้ออก 4 มาตรการมารองรับเอาไว้แล้วคือ

          1.สนับสนุนให้แต่ละจังหวัดมีฐานข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาปัจจัย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

          2.สายด่วนรับแจ้งเหตุ

          3.ควบคุมการจำหน่ายสุราสุ่มตรวจ และตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสของผู้ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

          และ 4.ขอความร่วมมือจากชุมชนในการตั้งด่านป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น.

          ทั้งนี้ เชื่อว่าหากดูแลตามมาตรการที่วางไว้อย่างเคร่งครัดจะสามารถลดอุบัติเหตุและเสียชีวิตลงเหลือ 257 คน หรือลดลง 20%

          นพ.ภาณุวัฒน์ ปานเกตุ ผอ.สำนักโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า จากการสรุปสถานการณ์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่ 2557 พบว่า วันที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือวันที่ 31 ธ.ค. ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมากที่สุดคือเวลา 17.00-21.00 น. ส่วนการเกิดอุบัติเหตุในเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 พบว่าส่วนในเกิดในวันที่ 13 เม.ย. รองลงมาคือวันที่ 12 และ 14 เม.ย. โดยช่วงที่เกิดเหตุมากที่สุดคือเวลา 14.00-20.00 น. โดยทั้ง 2 ช่วงเทศกาลมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดจะเป็นรถจักรยานยนต์ เมาแล้วขับ ที่สำคัญยังพบผู้ประสบอุบัติเหตุอายุระหว่าง 15-25 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีนั้น พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเมาสุราสูง ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้จำหน่ายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น และไม่จำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งตรงนี้จะขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการชี้เป้าผู้ที่มีประวัติการเมาแล้วขับ เพื่อการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในส่วนของปั๊มน้ำมัน ร้านมินิมาร์ทเริ่มดีขึ้น แต่ที่เป็นปัญหาคือร้านค้าในชุมชนยังเป็นปัญหาอยู่

          ด้าน นพ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การควบคุมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะนี้ สามารถคุมได้แค่วัน เวลา บุคคล และสถานที่ตามกฎหมายเท่านั้น แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้ออกกฎห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกับการห้ามจำหน่ายในวันพระ แต่ยังไม่สามารถทำได้ เพราะติดปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการแอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิดกฎหมาย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดูแลต่อไป

          นอกจากนี้ยังจะเข้าไปตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะซึ่งมีประมาณ 4 หมื่นคันทั้งประเทศ ว่ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่ สภาพของถนนเป็นอย่างไร มีการปรับโครงสร้างเป็นรถ 2 ชั้นกี่คัน ปรับโครงสร้างอย่างถูกต้องกี่คัน รวมถึงเรื่องของป้ายบอกทาง ไฟส่องสว่างเป็นอย่างไร คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ก็สามารถเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการปรับปรุง แก้ไขให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น.

 

          ที่มา : เว็บไซต์ไทยโพสต์

 
 
     
     
 
ประกาศเมื่อ 10 เมษายน 2560