ไขข้อสงสัยกับมาตรการภาษี "ช้อปช่วยชาติ" ปี 2560
1. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2560 เป็นการให้สิทธิประโยชน์อะไร ตอบ : ผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2560 มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2560 ได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
2. การให้หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2560 มีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข อย่างไร ตอบ : การหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ มีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ดังนี้ 1.ผู้มีเงินได้ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการ และชำระราคาค่าสินค้าหรือค่าบริการระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 2.ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตาม มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร (มีชื่อ - ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในใบกำกับภาษี) 3.เป็นการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อใช้ในประเทศเท่านั้น และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 4.สินค้าและบริการนั้นไม่รวมถึง (1) การซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ (2) การจ่ายค่าบริการนำเที่ยวให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และการจ่ายค่าที่พักในโรงแรม
3. ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการใดบ้าง ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามมาตรการนี้ ตอบ : 1.สินค้าทุกประเภท ยกเว้น การซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมัน และ ก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ 2.บริการทุกประเภท ยกเว้น ค่าบริการนำเที่ยวและค่าที่พักโรงแรม ทั้งนี้ สินค้าและบริการนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 และต้องชำระค่าสินค้าและใช้บริการ ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560
4. กรณีชำระค่าบริการระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 แต่ได้ใช้บริการหลังวันที่ 3 ธันวาคม 2560 จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้หรือไม่ ตอบ : ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากต้องชำระค่าบริการและใช้บริการในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 เท่านั้น
5. กรณีจ่ายค่าที่พักโรงแรม หรือจ่ายค่าบริการนำเที่ยว ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้ ได้หรือไม่ ตอบ : ไม่สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้ได้ เนื่องจากการจ่ายค่าบริการนั้น ไม่รวมถึงการจ่ายค่าที่พัก โรงแรม และค่าบริการนำเที่ยว
6. ต้องใช้หลักฐานใด ในการใช้สิทธิหักลดหย่อน ตอบ : หลักฐานที่ใช้ คือ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร (ใบกำกับภาษีที่มี ข้อความระบุชื่อ - ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ)
7. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อน หมายถึงอะไร ตอบ : ใบกำกับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (1) คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด (2) ชื่อ - ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี (3) ชื่อ - ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ (4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ (6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง (7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด เช่น คำว่าเอกสารออกเป็นชุด สำเนาใบกำกับภาษี ฯลฯ
8. ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่สมบูรณ์ เช่น เขียนชื่อ หรือที่อยู่ผู้ซื้อสินค้าผิด หรือมีการแก้ไข สามารถ นำมาใช้หักลดหย่อนได้หรือไม่ ตอบ : หากใบกำกับภาษีนั้นมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร แม้จะมีการเขียนชื่อ หรือที่อยู่ ผู้ซื้อสินค้าผิด หรือมีการแก้ไขข้อความ ก็สามารถใช้หักลดหย่อนได้
9. กรณีซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการหลายครั้ง (มีใบกำกับภาษีหลายใบ) ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 จะสามารถนำมูลค่าการซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการแต่ละครั้งมารวมกันเพื่อใช้ สิทธิได้หรือไม่ ตอบ : การซื้อสินค้าหรือค่าบริการในแต่ละครั้งหากมีมูลค่าไม่ถึง 15,000 บาท สามารถนำการซื้อหลายครั้งมา รวมกันได้ แต่ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 15,000 บาท
10. กรณีใบกำกับภาษีมีทั้งรายการสินค้าและบริการ ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จะหัก ลดหย่อนอย่างไร ตอบ : สามารถนำมาหักลดหย่อนได้เฉพาะค่าสินค้าและค่าบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อมูลจาก : กรมสรรพากร

