จากขยะ สู่มูลค่า?
ในปัจจุบัน มีหลายประเทศที่นำเอาเทคโนโลยีในการแปรรูปขยะอย่างมีประสิทธิภาพ กลับมาสร้างมูลค่า จากขยะได้อย่างมหาสาร เรามาดูตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านเรากันดีกว่าครับ กับประเทศ สิงคโปร์
(Chart ข้างบนเป็นสถิติปี 2014…ไม่ธรรมดาจริง ๆ ครับ)
ประเทศสิงคโปร์ มีระบบจัดการขยะที่น่าทึ่ง หากคำนึงจากวิถีชีวิตแบบเมืองใหญ่ของชาวสิงคโปร์ซึ่งรักการช็อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ ในขณะเดียวกัน ชาวสิงคโปร์ ก็รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน
ด้วยความที่เนื้อที่ในประเทศ เล็กกว่า กทม. ถึง 3 เท่า ประเทศสิงคโปร์จึงมีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมาก และสามารถรับมือจัดการกับกระบวนการทุกขั้นตอนได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นกระบวนการทั้งหมดจากการนำเรือท้องแบน ขนขยะจากทางตอนเหนือของเกาะ ลงมายังทางตอนใต้สู่เขตที่เรียกว่า “เซมาเกา” ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเผาขยะและแยกขยะถึง 4 โรงด้วยกัน
ขยะจะถูกนำไปแยกอย่างมีประสิทธิภาพ และขยะส่วนที่เผาได้ จะถูกส่งไปยังโรงเผาขยะความร้อนสูง ที่จะทำการเผาขยะ ซึ่งในกระบวนการเผาขยะนี้ พวกเขาสามารถผลิตไฟฟ้าจากการเผาขยะ ได้มากเท่ากับไฟฟ้า 3% ของทั้งประเทศเลยทีเดียว (เยอะมากกกกก นะครับ) ซึ่งทางโรงเผาขยะ ก็จะทำการขายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับการไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาทต่อปี (เป็นเงินไทยประมาณ 80 ล้านบาท)
และเมื่อขยะถูกเผาด้วยกรรมวิธีแบบพิเศษ และความร้อนสูงมาก (900-1200 องศา ) จะเกิดเป็นขี้เถ้าที่มีความละเอียด ซึ่งจะถูกนำมาตรวจสอบก่อนว่า ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนเกินปริมาณที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ก่อนจะถูกนำไปใช้ในการถมเกาะ สร้างแผ่นดินใหม่ (ซึ่งแน่นอน มีการล้อมบริเวณและปูแผ่นยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการรั่วไหล แม้ปริมาณสารปนเปื้อนจะแทบไม่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพราะระเหยไปกับกระบวนการเผาแล้วก็ตาม) และขยะในส่วนที่เหลือจากกระบวนการนี้ จึงเหลือแต่ขยะ รีไซเคิล ซึ่งสามารถนำกลับไปแปรรูปได้
ทำให้ประเทศสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดการขยะ ดีที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
*เกาะธรรมชาติที่ใช้ขี้เถ้าถม
ทางการ ได้มีการจัดตั้งโครงการชื่อ Zero Waste ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายว่า ภายในปี 2030 ประเทศจะมีพื้นที่ใช้สอย จากกระบวนการถมที่ด้วยขยะ มากขึ้น 25% จากพื้นที่เดิม และภายในปี 2040 จะสามารถรีไซเคิลและใช้ประโยชน์จากขยะให้ได้มากถึง 90% โดยมีการวางแผนงานให้เพิ่มประสิทธิภาพ ให้ได้ไม่น้อยกว่า 5% ต่อปี นับจากปี 2015
ที่สำคัญ ในพื้นที่ ๆ ถูกถมขึ้นมาใหม่ ทางการต้องการจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีโครงการสร้างเป็นเขตธรรมชาติ เพื่อการศึกษา โดยมีป่าโกงกางที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่แพ้กับป่าโกงกางธรรมชาติในเขตบ้านเราปัจจุบันเลยทีเดียว